Muna Tours Co., Ltd.

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์

บันทึกนักเดินทาง - ไปชมหน้าต่างโลกที่เสิ่นเจิ้น เมืองจีน สิงหาคม 2546

โดย มุนาซัง

The Traveller's Diary
 

เมื่อปีที่แล้ว พ.ศ. 2546 ประเทศในแถบเอเชียหลายประเทศพากันเจอพิษเศรษฐกิจซึ่งเป็นผลมาจากวิกฤตโรคซาร์ส (SARS) ประเทศจีนเองก็เป็นอีกประเทศหนึ่งที่โดนโรคนี้เล่นงานเอาเสียอ่วมอรทัยไปทั้งประเทศ พอวิกฤตโรคซาร์สหายไปต่างก็พากันมาฟื้นฟูการท่องเที่ยวเพื่อนำเงินตราเข้าประเทศกันอีกขนานใหญ่หลังจากที่เงียบเหงาไปกันเกือบครึ่งปี

........ สามสาวใบไม่เถาหรอกจ้า @^_^@

ฉันกับเพื่อนๆ รวมกันได้สามใบเถาก็เป็นอีกหนึ่งในคนจำนวนนั้นที่อดรนทนไม่ไหวกับบรรดาโปรโมชั่นลดกระหน่ำเที่ยวต่างประเทศ โดยเฉพาะที่ฮ่องกงกับสิงคโปร์นั่นไง เลยอดข้าวอดน้ำ เก็บเงินเป็นค่าขนม ค่าเดินทาง หนีเรียนกันกลางเทอมบินไปว่อนตะลอนฮ่องกง

แล้วก็ข้ามแดนไปแอ่วหน้าต่างโลก หรือ Window of the World ที่เมืองเสิ่นเจิ้น (Shenzhen) ประเทศจีนกันเสียหน่อยอย่างอดไม่ได้ด้วยความเป็นคนขาจรชอบตะลอนทัวร์มาแต่ไหนแต่ไร

พวกเราสามสาวใบเถา ฉัน พี่นิกกี้ และพี่ปู ออกเดินทางกันตั้งแต่เช้า หลังจากอิดออดๆ ลุกขึ้นมาเตรียมตัวกัน จริงๆ แล้วพวกเราตั้งนาฬิกากันไว้แต่เช้าตรู่กว่านี้เยอะด้วยซ้ำ แต่คงเป็นเพราะพวกเราเพลียจากการตะลอนทัวร์ตั้งแต่เมื่อวานแล้วก็เป็นได้ ฉันนี่ล่ะค่ะที่เป็นคนตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตั้งแต่ตี 5 แต่กว่าจะลุกขึ้นได้จริงๆ ก็ 6 โมงเช้ากว่าๆ แล้ว เฮ้อ.......

ปกติตัวฉันเองคงจะเริ่มกิจกรรมใดๆ ตอนเช้าของแต่ละวันไม่ได้หรอกถ้าไม่ได้จิบกาแฟสักกะหน่อย สะลึมสะลือมาต้มน้ำสำหรับชงกาแฟกินในขณะที่เพื่อนอีกคนกำลังใช้ห้องน้ำ อีกคนกำลังแต่งตัว ทางโรงแรมเขามีกาต้มน้ำไฟฟ้าและกาแฟ ชา ถ้วยกาแฟต่างๆ ไว้บริการครบชุดต่อวัน ยังง่วงหงาวหาวนอนอยู่เลยค่ะก็เลยไม่ได้สังเกตว่าฉันคนเดียวเล่นใช้น้ำตาลไปตั้ง 3 ซองด้วยความที่เข้าใจว่าเป็นครีม มารู้เอาตอนที่พี่นิกกี้บอกว่าน้ำตาลหมดแล้วนั่นล่ะ แกเลยโชคร้ายอดซดกาแฟไป !

พวกเราทั้งสามชีวิตตัดสินใจนั่งแท็กซี่ไปสถานีรถไฟฟ้ากัน จากที่เมื่อคืนวางแผนไว้ว่าเราจะตื่นกันแต่เช้าแล้วค่อยๆเดินไปเพราะสถานี KCR (Kowloon-Canton Railway) สถานีแรกที่ต้องการอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากโรงแรมที่เราพักเลย แถมเช้าๆ ถือว่าเป็นการออกกำลังกาย คนขับแท็กซี่เค้าน่ารักและใจดี พูดภาษาอังกฤษได้ พวกเราเลยขอร้องให้ช่วยเขียนชื่อ Window of the World เป็นภาษาจีนให้ด้วย ไอ้ฉันเองก็ใจเต้นตุ้มๆ ต่อมๆ เพราะภาษาจีนกลางลืมไปเกือบหมดแล้ว ตอนนี้เหลือแค่พอพูดฟังได้ งูๆ ปลาๆ เพราะไม่ได้ใช้มานานแล้ว ถ้าเป็นเมื่อสมัย 4-5 ปีก่อนเถอะคิดว่าไม่มีปัญหาแน่ๆ..... แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่เป็นคนขาลุยยังไง๊.....ยังไงก็บ่ยั่นเจ้าค่ะ

ก่อนออกเดินทางพวกเราแอบซุกเอาแอปเปิ้ลใส่กระเป๋าสะพายไปด้วย กะว่าเอาไว้เป็นเสบียงระหว่างทางนั่งรถไฟไปเสิ่นเจิ้น แต่เอาเข้าจริงๆ ก็ลืมกินอีกล่ะเพราะเราสามสาวมัวแต่คุยจ้อกันเพลิน แถมยังแอบเหล่หนุ่มๆ หน้าตี๋กันยกใหญ่จนลืมเรื่องการกิน ส่วนทิวทัศน์สองข้างทางก็สวยๆ มากเลยล่ะค่ะ โดยเฉพาะยิ่งนั่งออกห่างจากฮ่องกงขึ้นทางเหนือ และใกล้ๆ เข้าเขตแดนเมืองจีนก็ยิ่งเต็มไปด้วยพื้นที่ป่าไม้สีเขียว

เหอะๆ.... แอบถ่ายเค้าบนรถเมล์เมืองจีนเหรอจ๊ะ

รถไฟใช้เวลาแค่ครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงบริเวณชายแดนเมืองจีน ซึ่งเขาจะเรียกว่า Low wo ( โหล อู่) ผู้คนก็เยอะเหลือเกิน ต่างก็ดูเร่งร้อน เดินชนกันเองก็ไม่มีใครสนใจใคร พวกเราสามสาวพากันเดินแบบงงๆ ก็สามารถผ่านพิธีการมาได้เรียบร้อย แต่น่าเสียดายแอปเปิ้ลเพราะพากันลืมกินแล้วก็ลืมไปเสียสนิทเลยว่าพวกของสดเขาห้ามเอาเข้าเมือง เฮ่อ... เลยอด ท้องไส้ตอนนี้ก็เริ่มหิวแล้ว แต่ไม่เป็นไรเรื่องกินยังไงก็ไม่อดตายหรอก

สามสาวพากันเดินอย่างงงๆ อีกรอบนึงหาที่ขึ้นรถบัสสายที่จะไปยังจุดหมายปลายทางของเรา โอย...ไม่มีใครพูดภาษาปะกิดเลยล่ะ ไอ้ตัวฉันเองก็ได้แต่ส่งภาษาจีนล้งๆ เล้งๆ ถามคนแถวนั้นไปจนทั่ว แต่ในที่สุดก็หารถบัสประจำทางจนเจอ ก็เลยต้องใช้เทคนิคเตือนแกมขอร้องพนักงานเก็บเงินสาวว่าถ้าถึงเมื่อไหร่อย่าลืมสะกิดและจอดให้พวกเราลงด้วยเด้อ ไม่อยากไปไกลถึงกวางโจวค่ะ รถเมล์ของจีนเขามีประตูขึ้นด้านหน้า แล้วให้ลงด้านหลัง ก็เป็นระเบียบดี ส่วนการเดินรถที่นี่จะใช้เลนส์ขวาต่างจากที่ฮ่องกง งงเป็นบ้าเลยตอนจะขึ้นและจะลงรถน่ะค๊า...... อันนี้โรคประจำตัวดีชั้นเลยล่ะ...... บ้านเมืองเค้าต่างจากที่เราจินตนาการไว้มาก ถนนหนทางออกจะกว้างขวาง ตึกรามบ้านช่อง ธนาคาร ห้างสรรพสินค้าผุดขึ้นมามีทุกซอกทุกมุมถนน รู้สึกเหมือนกับว่าพวกเราไม่ได้ไปไหนไกลจากกรุงเทพฯ เลย

ด้านหน้าทางเข้าของหน้าต่างโลกล่ะ

แต่ว่าบ้านเมืองเค้าดูสะอาดสะอ้านมากเลยน้า.... เมืองเศรษฐกิจใหม่ของจีนนี่นา

พวกเราลงฝั่งตรงข้าม Window of the World เพราะมาจากเลนส์ขวา แล้วข้ามถนนไป โอ้โฮ... ยิ่งใหญ่มากจริงๆ เป็นเมืองจำลองซึ่งนำเอาสถานที่ต่างๆ ในโลกมาแสดง ขนาดย่อส่วนลงเป็น 15 เท่าจากของจริง ซึ่งก็ใหญ่กว่า Mini Europe ที่ Belgium ตั้งเยอะ แต่ก่อนอื่น สามสาวไทยผู้หิวโซที่อุตส่าห์แบกท้องหิวไส้กิ่วมาตั้งนานก็มองหาที่กินเสียก่อน มองซ้ายแลขวา ว้าว... มี KFC ด้วย !! ก็เลยแวะกินกันที่นี่เสียเลย ราคาก็ถูกกว่าบ้านเราหน่อยนึง พนักงานเค้าพูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย (แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะรู้สึกว่าเรื่องกินเนี่ย ภาษาจีนอิฉันแจ๋วอยู่แล้วล่ะ กันการอดตายไงค๊า) ก่อนออกมาฉันถามพนักงานขายว่าขอเติมน้ำใส่กระติกและขวดของพวกเราได้ไหม แล้วฟรีหรือเปล่า (เพราะน้ำขวดหนึ่งก็แพงเหมือนกัน แพงกว่าบ้านเราเล็กน้อย) พนักงานใจดีเขาก็ยิ้มพร้อมกับบอกว่าให้ฟรีจ้า ไม่ต้องจ่ายตังค์ ว้าว... เป็นความภูมิใจของดิฉัน ยัยหมวยจำแลงตัวดำจากแดนอีสานเลยล่ะค่ะที่ทำให้พวกเราไม่ต้องควักกระเป๋าจ่ายตังค์ซื้อน้ำเพิ่ม (ไม่รู้จะประหยัดอะไรนักหนา...แต่ก็เอาเถอะ)

พอท้องอิ่มแล้วก็ต้องไปซื้อตั๋วเข้าชมค่ะ พวกเราก่อนมารวมเงินกันไว้ คาดว่าตั๋วคงอยู่ที่ประมาณ 120 หยวน ( 1 หยวนประมาณ 5 บาทนิดๆ) แต่ปรากฏว่าไม่ใช่ ตั้ง 130 แน่ะ พวกเราก็หันหน้ามาสุมหัวปรึกษากันสิ เอายังไงดี เกินงบประมาณที่สอบถามและตั้งไว้.... สักพักอีตาพนักงานสองคนแต่งตัวเหมือนพนักงานฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็มาสะกิดๆ แขนฉัน

“ อะแฮ่ม....เอ่อ แบบว่าเรามีตั๋วราคาพิเศษขายให้นะครับ สนใจไหมครับ 110 หยวน เอง ” ท่าทางเขาคงจะยืนมองพวกเรากะเหรี่ยงสามตัวอยู่นานแล้วแน่ๆ หรือกลัวว่าพนักงานขายตั๋วเขาจะแอบเห็นหรือเปล่าก็ไม่ทราบ ตอนแรกพวกเราก็คิดว่า ตายแล้ว...ตั๋วผีแหงแก๋เลย แล้วถ้าเผื่อเข้าไปแล้วโดนไล่ออกมาล่ะจะทำไงดี?... แต่เอาเถอะ ยังไงๆ พวกเราก็จะประหยัดเงินได้ตั้งเยอะเลยนะ ตั๋วผีก็ตั๋วผี !

บริเวณข้างในแต่ยังมองเห็นอาคารรอบนอกเลยจ้า

แอ่น....แอ๊น...แอน.... แล้วพวกเราสามสาวก็ผ่านเข้ามาข้างในได้เรียบร้อยโรงเรียนไทยอย่างไม่มีปัญหา เริ่มต้นขอถ่ายรูปกับป้ายบอกทางก่อน เพราะเค้าเขียนบอกว่า “Recommended Routine” แทนที่จะเขียนให้ถูกต้องว่า “ Recommended Route ” จากเส้นทางแนะนำให้เดินชมกลับกลายเป็นกิจวัตรประจำวันแนะนำเสียนี่....

จำลองหมู่บ้านญี่ปุ่น

วันนั้นทั้งวันพวกเราก็ตะลอนๆ อยู่แต่ข้างในนั่นล่ะค่ะ พื้นที่มหาศาลมากเลย เดินๆ ไปก็เจอทั้งฝน ทั้งแดด ทรหดอดทนจริงๆ ขากลับก็จับรถไฟสายเดิมกลับชายแดน กรอกเอกสาร ประทับตรากลับเข้าฮ่องกงอีกครั้ง เจอพวกคนไทยที่มากับทัวร์ด้วย มีไกด์คอยโบกธงนำ ลูกทัวร์ต้องยืนต่อแถว คิวยาวๆ น่าเห็นใจนะ เพราะไปกับทัวร์มันไม่มีอิสระ ไม่ได้ดูหรือตะลอน ผจญภัยสนุกๆ เหมือนอย่างพวกเราๆ การเดินทางเองถึงจะมีหลงทางบ้าง เหนื่อยบ้างกับการวางแผนจัดการ ปัญหาก็มีบ้างแต่มันก็สนุก มีรสชาติ และได้ประสบการณ์ที่น่าจดจำและมีประโยชน์ไปอีกรูปแบบ

อังกอร์วัด หนึ่งในสิ่งมหัศจรรย์ของโลกไงคะ

สรุปว่าเดินทางกันคราวนี้สามสาวพากันเดินจนเมื่อยตุ้มเจ้าค่ะ กลับมาถึงฮ่องกงแล้วยังมีการตะลอนต่ออีก นั่งเรือเฟอรี่ข้ามจากฝั่งเกาลูนไปฝั่งฮ่องกง กว่าจะกลับถึงโรงแรมที่พักก็ดึกอีกตามเคย.......

เจดีย์ที่มีดวงตาเทพเจ้ามีที่เดียวที่เนปาลค้า

ก่อนปิดท้ายรายการสามสาวเขามีคำแนะนำเล็กๆ น้อยๆ ที่คาดว่าจะเป็นประโยชน์สำหรับเที่ยวเมืองจีนมาฝากคุณผู้อ่านทั้งหลายกันค่ะว่าการเข้าเมืองจีนสำหรับคนไทยนั้นจะต้องมีวีซ่า ส่วนค่าธรรมเนียมวีซ่าประมาณ 800 บาท หลังออกวีซ่าแล้วต้องเดินทางภายใน 3 เดือน และอยู่ได้ 60 วัน หากฝึกพูดภาษาจีนประโยคง่ายๆ ไว้บ้างก็ดี หรือจะพกหนังสือภาษาจีนฉบับนักท่องเที่ยวไปด้วยก็ได้ ทุ่นพลังงานการส่งภาษามือได้เยอะ เพราะที่เมืองจีนไปเองค่อนข้างจะลำบากเรื่องภาษา คนที่นี่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย (คนที่พูดได้มักจะไม่ค่อยเจอระหว่างเดินทางเสียด้วยสิ) แต่ถ้าเป็นเมืองใหญ่อย่างปักกิ่งนั่นก็อีกเรื่องหนึ่ง ส่วนเรื่องห้องน้ำที่เล่าลือกันว่าห้องน้ำเมืองจีนขึ้นชื่อว่าน่าเข็ดขยาด เรื่องนั้นหายห่วงไปได้เลยค่ะเพราะเดี๋ยวนี้เขา “ ปั๊ด-ทะ-นา ” แล้ว..........

ชมภาพสวยๆ จากหน้าต่างโลกละกันนะคะ

เอ๊ะ...เอ๊ะ นี่ก็คุ้นๆ นะจ๊ะคงไม่ต้องบอกว่าอลังการสร้างแค่ไหน

 

ประเทศอิหร่านเค้าล่ะ

เอ.... อันนี้ที่ไหนน้า จำไม่ได้ก๊ะ

น่าสนุกจัง... ขอเค้ารำแจมด้วยคนนะฮ้า....

ทัช มาฮาลแสนสวีท

กับความฝันที่ว่าสักวันจะต้องไปดูของจริงให้ด๊ายยยยย...!

ว้าว... ถ้าไม่มีต้นไม้โผล่ขึ้นมาให้เห็นก็นึกว่าของจริงน้า

จะเรียกลูกค้าหรือว่าจะไล่กันแน่จ๊ะ

ฮ่าๆ.... สนุกกันใหญ่เลย เอ้า ร่วมแรงแข็งขันตำกันเข้าไป!

ข้างหลังคือน้ำตกและใบหน้าอดีตประธานาธิบดีสหรัฐฯ ทั้งสาม

มหานครนิวยอร์คที่ตึกเวิร์ลเทรดยังอยู่ครบถ้วนดี อิอิ

วู้..... มุนา เดอะ เทพีสันติภาพเจ้าค้า. (ของจริงอยู่ข้างหลังแวบๆ).......

หมายเหตุ: งานเขียนเรื่องนี้เข้ารอบรองชนะเลิศที่เวบ www.edmobile.com ครั้งที่ 1 ประจำปี พ.ศ. 2547 ด้วยนะจ๊ะ

อยากให้มุนาจัดทัวร์พาเที่ยวไปยังที่นี่ไหมคะ ช่วยแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะได้เลยค่ะ .....

 

 
 

 

Top
กลับขึ้นข้างบน

งานเขียนทุกชิ้นในเวบนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ูรายละเอียดที่นี่

 

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์