Muna Tours Co., Ltd.

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์

เส้นทางสายโรแมนติกสู่โคโลญจน์

โดย มุนาซัง

The Traveller's Diary
MunaMunaMuna

 

…. กว่าเพื่อนของเราที่เมืองโคโลญจน์จะว่างให้พวกเราไปเยี่ยมได้ก็ต้องรอกันจนถึงเกือบกลางเดือนพฤษภาคมแน่ะ โอลี่ได้ติดต่ออาร์มินเพื่อนเก่าเขาไว้ตั้งแต่ต้นเดือนมีนาคมที่เราเพิ่งจะมาถึงได้ไม่นานนัก และแล้ววันแห่งการรอคอยก็มาถึง ( อีกแล้วครับท่าน )

ในการเดินทางขึ้นเหนือคราวนี้เป็นครั้งแรกที่คณะยิปซีเล็กๆ ของพวกเราจะใช้บริการรถไฟซึ่งจะโดยสารนานกว่าที่เคยเนื่องจากเราเพิ่งจะขายรถสปอร์ตสีแดงสุดเฉี่ยวของเราออกไปได้ทั้งๆ ที่เพิ่งลงประกาศทางอินเทอร์เน็ตที่เวบไซต์อีเบย์ของเยอรมันไปแค่ไม่กี่วันเท่านั้นเอง คู่หูฉันบอกว่าได้ราคาค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ฉันเองก็ทั้งตื่นเต้นที่จะได้รถคันใหม่ภายในสัปดาห์หน้านี้ ทั้งนี้ก็ยังอดเสียดายรถคันเก่าของเราก็ไม่ได้ ก็ออกจะน่ารักอย่างนั้นนี่นา … โอลี่เห็นฉันบ่นคิดถึงรถคันก่อนก็งงๆ ว่าไปเสียดายทำไมก็ในเมื่อเราก็มีรถคันใหม่ใช้แล้วนี่นา จะเอามาเปรียบเทียบกันได้ยังไง !

นี่ล่ะน้า … ผู้หญิง ( ไทย )…. เป็นความจริงตามสุภาษิตไทยว่าไว้ “ รักพี่ เสียดายน้อง ” เปี๊ยบเลย

คุณแม่ของโอลี่จะชอบสะกิดหยอกเขาอยู่บ่อยๆ หากพวกเราอยู่ด้วยกันแล้วมีใครขับรถสปอร์ตเปิดประทุนแล่นผ่าน แต่คุณคู่หูฉันเธอก็เหลือเกินจริงๆ ค่ะ ไม่เคยเลยสักครั้งที่จะรับมุขของคุณแม่แกสักหน่อย แบบว่าคุณเธอหนักแน่นมาก ฮา...

 

เมืองโคโลญจน์ (Cologne) อ่านตามการเขียนในรูปแบบสากลภาษาอังกฤษ หรือชื่อภาษาเยอรมันว่า Koeln นั้นตั้งอยู่ทางตอนใต้ของรัฐ Nordrhein-Westfalen เยอรมันเหนือ ใกล้กับเมืองบอนน์ เมืองหลวงเก่าของเยอรมันตะวันตกในสมัยอดีตก่อนการรวมตัวกันกับเยอรมันตะวันออก คนไทยเราจะรู้จักเมืองนี้ตามชื่อของน้ำหอม โอ เดอร์ โคโลญจน์ (Eau de Cologne 4711) และที่นี้ก็เป็นแหล่งผลิตน้ำหอมดังกล่าวมาตั้งแต่เกือบสามร้อยปีเข้านั่น เลข 4711 นี้ก็เป็นเลขที่ของบ้านผู้ผลิตนั่นเอง

เมื่อตอนที่รถไฟวิ่งผ่านสะพาน โฮเฮนซอลแลร์น (Hohenzollernbr uecke ) นั้นเขาจะชะลอความเร็ว ค่อยๆ ไต่สะพานไป คาดว่านอกจากจะช่วยถนอมรางรถไฟแล้ว ก็คงจะปล่อยให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพสองข้างทางจากหน้าต่างรถไฟ มองลงมายังแม่น้ำไรน์ (Rhein) ที่แสนสวยงาม และบรรยากาศเขียวครึ้มของต้นไม้ สีสันสดใสของตัวอาคารรายรอบฝั่ง และสามารถมองเห็นยอดแหลมของวิหารแห่งโคโลญจน์มาแต่ไกลๆ ส่วนริมสะพานก็มีทางเดินทอดฝั่งให้ผู้คนที่สัญจรไปมา รวมทั้งนักท่องเที่ยวได้เดินข้ามฟากไปอย่างสะดวกสบายและแสนจะเพลิดเพลินอีกด้วย ตาฉันก็เพลินมอง ปากก็ร้อง โอ้โฮ...อ้าฮ้า... ด้วยความตื่นตาตื่นใจไปตามประสา

ช่างเป็นเส้นทางที่แสนจะคุ้มค่าและน่าสนใจเทียวค่ะ นี่ถ้าเราขับรถมาเองอาจจะไม่เพลิดเพลินกับการเก็บบรรยากาศก่อนเข้าเมืองได้มากขนาดนี้เป็นแน่แท้

 

ทอดน่องท่องย่านคนเดิน

สถานีรถไฟ (Hauptbahnhof) แห่งเมืองโคโลญจน์ตั้งอยู่ในทำเลที่เหมาะแก่การเดินเท้าท่องเที่ยวจริงๆ ค่ะ พอโผล่ออกมาจากสถานีก็จะเจอเข้ากับลานโดมหรือวิหารแห่งโคโลญจน์อันกว้างใหญ่ และบรรยากาศริมแม่น้ำไรน์ที่มีชีวิตชีวา

นักเดินทางทั้งสาม โอลี่ มุนา และอาร์มิน เจ้าบ้าน

พวกเราเดินออกมาข้างนอกสถานีรถไฟก็เจอเข้ากับเพื่อนพอดี อาร์มิน เพื่อนของโอลี่ที่จะอาสาเป็นไกด์เที่ยวในตัวเมืองโคโลญจน์ให้ในสุดสัปดาห์นี้มารับ พาพวกเราเอากระเป๋าไปเก็บที่อพาร์ทเม้นต์ของเขาแล้วพวกเราก็เดินทอดน่องออกมาชมบรรยากาศเมืองยามบ่ายๆ จุดหมายปลายทางอยู่ที่วิหารแห่งโคโลญจน์และริมแม่น้ำไรน์

สามชีวิตเดินคุยกันมาเรื่อยๆ จนมาถึงบริเวณวิหารแห่งโคโลญจน์ ก่อนอื่นก็ต้องแวะไปขอข้อมูลการท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการนักท่องเที่ยวประจำเมือง ที่มีสำนักงานอยู่ใกล้ๆ กับวิหารที่อาคารตรงข้ามกันนั่นเอง ที่นี่เราสามารถขอเอกสารแผ่นพับ แผนที่หรือโปสเตอร์ได้ฟรี ส่วนของฝาก ของที่ระลึกก็มีไว้สำหรับขาย

การแสดงกลางแจ้งมีให้เห็นเต็มเมือง โดยเฉพาะวันสุดสัปดาห์

ย่านคนเดินจับจ่ายซื้อของนั้นในวันสุดสัปดาห์แล้วเต็มไปด้วยการแสดงมากมายจากศิลปินขาจรและขาประจำให้ดูกันอย่างเพลิดเพลิน ใครพอใจการแสดงอันไหน ที่มุมใดก็เอาเงินซึ่งส่วนใหญ่เป็นเงินเหรียญใส่ลงไปในขัน หมวก หรืออุปกรณ์ใดที่นักแสดงเขาเตรียมไว้เพื่อเป็นการตอบแทนที่มอบความสุขสำราญใจให้แก่ผู้เดินทางไปมา

การแสดงหลายๆ อย่างก็น่าสนใจ แต่บางอย่างก็ไม่อยากจะเรียกว่าเป็นการแสดงเอาเสียเลย ฉันเห็นมีผู้หญิงหน้าตาออกไปทางผู้หญิงแขกตุรกีนี่ล่ะ เธอมาแสดงความสามารถพิเศษด้วยการนั่งหลับค่ะ ! เธอนั่งพับเพียบ กุมมือวางไว้ที่หน้าตักอย่างเรียบร้อย แล้วก็ตั้งหน้าตั้งตาหลับอย่างไม่สนใจผู้คนที่เดินผ่านไปมา ไม่สนใจว่าใครจะโยนเศษเงินเหรียญลงในขันของเธอมากน้อยเท่าไหร่..... แล้วแต่จะศรัทธาให้

เออ... ก็แปลกดีนะ พอมานั่งนึกๆ ดูฉันว่าไอเดียนี้ก็เข้าท่าดีสำหรับคนขี้อาย พอการแสดงหาเงินรายได้พิเศษจบสิ้นลง เดินไปตามถนนก็ไม่มีคนเขาจำได้หรอก !

เท่าที่ประมาณการด้วยสายตาแล้ว การแสดงที่นี่นับได้ไม่ต่ำกว่ายี่สิบการแสดง ! การแสดงที่น่าสนใจก็มีหลายอย่างด้วยกัน ฉันชอบวงดนตรีอินเดียนแดงที่มาบรรเลงเพลงพื้นเมืองของพวกเขานั่นมากค่ะ เครื่องดนตรีก็มีของพื้นเมืองชนเผ่าผสมผสานกันไปกับเครื่องดนตรีสมัยใหม่ บทเพลงจากอินเดียนแดงฟังแล้วทุ้ม ก้องกังวานและดูเรียกร้องมากเลยค่ะ เหมือนเสียงเรียกจากป่าดงพงไพรยังไงก็ไม่รู้ เขามีเทปวีซีดีดนตรีขายร่วมไปกับการวางกระจาดเล็กๆ ไว้เพื่อรับบริจาคเล็กๆ น้อยๆ ไปด้วย

หลังจากเดินลงมาจากลานของวิหารแห่งโคโลญจน์ที่พวกเราไปนั่งดูอยู่ตั้งนานด้วยความสนุกสนานและนึกเอ็นดูเจ้าสุนัขน้อยสองตัวนักแสดงเขานั้นตามประสาคนรักสัตว์ น้องหมาสองตัวเขามีชื่อเรียกซะเท่ว่า “ เอลวิส กับ ฮูดินี่ ” ค่ะ เพศผู้กับเพศเมีย เจ้าของหรือผู้ดำเนินรายการเขามีลีล่าที่น่าสนใจ สามารถเรียกคนแถวนั้นให้ไปมุงดูเขาได้อย่างเต็มที่ หรืออาจจะเป็นเพราะว่าได้ทำเลดี มีขั้นบันไดขึ้นไปยังวิหารแห่งโคโลญจน์เป็นที่นั่งให้ผู้ชมได้นั่งดูอย่างสบาย

กำลังจะเดินย้อนกลับเข้ามาที่วิหารแห่งโคโลญจน์ก็เจอเข้ากับกองประชาสัมพันธ์ของลัทธิ ฟา ลุน กงเขาล่ะ งานนี้มาไกลเชียว ไม่รู้เหมือนกันว่ามีคนเยอรมันหรือนักท่องเที่ยวหลงเสน่ห์เข้ากับทางลัทธิในครั้งนี้กันมากน้อยแค่ไหน คนไม่สนใจอย่างพวกเราได้แต่เก๊กถ่ายรูปด้วยแล้วก็เดินผ่านไปดีกว่า.......

 

วิหารแห่งโคโลญจน์ ( Kloener Dom)

เมื่อวานพวกเราได้ชมวิหารแห่งโคโลญจน์ไปรอบหนึ่งแล้ว วันนี้ก็เลยมาอีกหนเอาแบบเจาะลึกไปเลย วิหารแห่งโคโลญจน์แห่งนี้รอดพ้นจากการทำลายเมื่อสมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาได้ด้วยดีและกลายเป็นสัญลักษณ์สำคัญประจำเมือง มีปลายยอดแหลม ลานโดมพลัทเท่ (Domplatte) เป็นลานที่มีขนาดกว้างใหญ่และมักมีลมแรง เป็นที่โปรดปรานของบรรดาศิลปินต่างๆ มาเปิดทำการแสดงความสามารถและหาเงินไปด้วยในตัว

และที่นี่ยังมีบริการปีนยอดโดมขึ้นไปด้วยค่ะ ! ฟังดูแล้วน่าสนใจมากเพราะคิดว่าคงจะขึ้นไปชมบรรยากาศสวยๆ ของเมืองและทางริมฝั่งแม่น้ำไรน์ด้านล่างเป็นแน่แท้ ก็เลยพากันตัดสินใจสู้ตายปีนป่ายบันไดเล็กๆ แคบๆ สูงชันและวนเวียนโดยเสียค่าบริการกันคนละไม่ถึงห้ายูโรกว่า 509 ขั้น ด้วยความสูง 475 เมตร

วิหารแห่งโคโลญจน์ตั้งเด่นเป็นสง่าเมื่อมองจากริมฝั่งแม่น้ำไรน์

ในขณะที่ปีนไปตามบันไดแคบๆ นั้นก็ต้องมีการหยุดพักหายใจบางครั้ง เหมือนกับว่าไม่ค่อยจะมีอากาศให้หายใจกันอย่างเพียงพอนัก หากมีคนเดินสวนลงมาพวกเราก็ต้องหยุดตามระเบียบ เบี่ยงตัวหลบ เพราะทางเดินมันแคบมาก !

ปีนขึ้นมาดูระฆังใบนี้ที่ยอดโบสถ์เสร็จแล้ว ลุงแก่ก็หอบสังขารกลับลงไปข้างล่างอย่างทรมาน

ในที่สุดก็หอบสังขารมาจนถึงลานกว้างแห่งหนึ่งของตัวหอคอยของโดมที่พวกเราปีนทางทิศใต้ มีระฆังโบราณใบโตแขวนอยู่ลานตรงกลาง นักท่องเที่ยวต้องเดินวนตามบันไดรอบทิศของระฆังใบนั้น จากชั้นนี้ไปจะมีบันไดสำหรับปีนเสาคล้ายนั่งร้านเล็กๆ ขึ้นไปยังชั้นต่อไปสูงสุดถึงจะมองลงมาดูทิวทัศน์ภายนอกรอบด้านได้ แต่ก็มีบริเวณพื้นที่จำกัดอีกเช่นกัน ไม่ใช่ที่จะเป็นลานกว้างให้พวกเราได้ดูตามที่เข้าใจกันตั้งแต่ตอนแรก

แต่ยังไงก็ขึ้นชื่อว่าได้มาปีนยอดโดม วิหารแห่งโคโลญจน์แล้วล่ะ แฮ่กๆ......

 

ล่องเรือชมแม่น้ำไรน์

เช้าวันจันทร์ ….. ฉันถูกปลุกให้ตื่นตั้งแต่เช้า ต้องรีบอาบน้ำ แต่งตัว ทำธุระส่วนตัวให้เสร็จเรียบร้อยเพราะอาร์มินต้องรีบไปทำงาน โอลี่บังคับให้ฉันเข้าห้องน้ำก่อน ซึ้งความจริงเราก็ทำสัญญาข้อตกลง ( แกมบังคับ ) ตั้งแต่ตอนที่ทานอาหารเย็นด้วยกันโน่นแล้วล่ะว่าฉันจะต้องตื่นก่อน เหตุผลก็เพียงเพราะว่าผู้หญิงมักจะใช้เวลาแต่งตัวนานมากกว่า เฮ้อ … เสียเปรียบจังเลย เดินตะลอนมาทั้งวันแล้วจะงีบต่อสักหน่อยก็ไม่ได้ สุดท้ายเราทั้งสามก็พร้อมสำหรับมื้อเช้านี้ … ที่ร้านสตาร์ บั๊ค ใกล้ๆ บ้านนั่นเอง

อูบาห์นของเยอรมันเค้าล่ะโผล่ขึ้นมาจากใต้ดินเลย

ร่ำลากับเพื่อนเพราะเขาต้องไปทำงานเสร็จแล้วพวกเราก็ใช้บริการรถไฟใต้ดิน หรือ อูบาห์น (U-bahn) สถานีไฟรเซ่นพลาสต์ (Freisenplatz) ที่อยู่หน้าร้านสตาร์ บั๊คไปยังวิหารแห่งโคโลญจน์ทันที วันนี้ต้องเดินทางกลับบ้านที่ซินเดลฟิงเง็นกัน ไม่อยากหิ้วกระเป๋าพะรุงพะรัง ก็เลยต้องเอากระเป๋าไปฝากไว้ที่สถานีรถไฟซึ่งมีบริการรับฝากกระเป๋ากันก่อน ที่นี่เราต้องซื้อตั๋วจากเครื่องจำหน่ายอัตโนมัติคิดค่าบริการเป็นรายชั่วโมง แล้วหย่อยกระเป๋าเข้าไปในช่องแต่ละช่องเครื่องจะโหลดกระเป๋าลงไปเก็บข้างล่างเอง ขากลับก็แค่เอาตั๋วเสียบกลับเข้าช่องไป รอสักครู่กระเป๋าก็จะออกมา นับว่าสะดวกและปลอดภัยดีมากเลยล่ะ

แล้วก็เดินออกมาสำรวจริมฝั่งแม่น้ำไรน์กันอีกหน ที่นี่มีบริการเคเบิ้ลคาร์ด้วยแต่ดูแล้วคงไม่น่าสนใจเท่ากับการล่องเรือเป็นแน่แท้ ริมฝั่งแม่น้ำไรน์นี้มีบริษัทผู้ให้บริการล่องแม่น้ำไรน์อยู่สามบริษัท แข่งกันเรียกลูกค้าและออกล่องเรือเป็นรอบๆ ประมาณทุก 15-20 นาทีแล้วแต่รอบและสถานที่ มีบริการล่องเรือไปจนถึงเมืองไมนซ์ (Mainz) ด้วย โปรแกรมก็มีหลากหลายให้เลือก มีทั้งที่รวมค่าอาหารและค่าเครื่องดื่มไว้ด้วยในตัว

เรือบริการนักท่องเที่ยวล่องแม่น้ำไรน์ของบริษัทแห่งหนึ่ง

 

ฉันกับ คู่หูเลือกเอารายการชมแม่น้ำไรน์สองฟากไป-กลับโดยยึดใต้สะพานโฮเฮนซอลแลร์นเป็นจุดสังเกต บริษัทที่เราเลือกคือ KD ราคาสำหรับล่องเรือช่วงสั้นครึ่งชั่วโมงตกคนละ 5.60 ยูโร อากาศวันนี้กำลังดีไม่หนาวเย็นจนเกินไป เหมาะแก่การล่องเรือแล้วออกมานั่งแถวด้านหน้าเรือ รับลม ชมวิวสองข้างทางอย่างสำราญใจ

เส้นทางล่องเรือสายสั้นๆ นี้ค่อนข้างโรแมนติคมากเอาเรื่องพอดูค่ะ ลมเย็นๆ พัดโชยไปมา สองฟากก็สวยงามน่าสนใจ

หากมีโอกาสมาโคโลญจน์ทั้งทีก็ไม่น่าที่จะพลาดโปรแกรมเด็ดนี้นะคะ.......

เดินเล่นย่อยอาหารแล้วก็มาเจอของเล่นถูกใจ อิอิ.....

มุาหน้าหมู!

 

 

 

Top
กลับขึ้นข้างบน

งานเขียนทุกชิ้นในเวบนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ูรายละเอียดที่นี่

   

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์