|
|
|
ตั๋วเครื่องบิน
|
โรงแรมที่พัก |
รายการทัวร์ | รถเช่า
|
บริการวีซ่า
| ร้านอินเตอร์เนต
|
สมุดเยี่ยม |
เวบบอร์ด |
รวมลิ้งค์
หัวหกก้นขวิดในมิวนิค
โดย มุนาซัง
| MunaMuna | หมายเหตุ เดี๋ยวกลับมาอัพเดทต่อ อย่าลืมแวะมาอ่านอีกนะคะ เมือง มิวนิค (Munich) หรือมืนเช่นตามสำเนียงเยอรมันแท้ๆ (Muenchen) เป็นเมืองหลวงแห่งแคว้นบาเยิร์น หรือบาวาเรีย (Bayern - Bavaria) ของเยอรมัน คนที่มาจากแคว้นนี้มักจะภูมิใจในตัวเองมากเพราะเขาถือว่าแคว้นของเขากินดีอยู่ดี หรือเป็นเมืองผู้ดีว่างั้นเถอะ อันนี้จะผิดจะถูกอย่างไรอ้างอิงมาจากคนเยอรมันท้องถิ่นล่ะค่ะ สิ่งที่น่าสนใจในเมืองมิวนิคมีให้ดูมากมายหลายอย่าง แต่ตอนที่พวกเราไปเจอฝนตกพอดี เวลาแค่สามวันเลยดูเหมือนจะไม่ค่อยพอและไม่สนุกเอาเสียเลย หาที่จอดรถยากมากแม้กระทั่งที่จอดรถบริการในตัวอาคาร พวกเราเลือกพักที่โรงแรมอลิทาเลีย ถนนชิลเลอร์ (Schillerstrasse) เพราะสามารถเดินออกไปยังแห่งท่องเที่ยวได้ค่อนข้างสะดวก จะเที่ยวให้สนุก เดินทางได้สะดวก ไม่ต้องมากังวลกับการหาที่จอดรถและเสียค่าที่จอดรถแพงๆ ก็ต้องใช้บริการคมนาคมท้องถิ่นนั่นล่ะค่ะ ที่เมืองมิวนิคนี้นี้สบายใจหายห่วงได้เลย เส้นทางการคมนาคมด้วยรถไฟ รถโดยสารประจำทาง รถรางนั้นมีการเชื่อมโยงไปแทบทุกมุมเมือง โดยเฉพาะตามจุดท่องเที่ยวสำคัญๆ ค่าโดยสารก็ไม่แพงมากและสามารถซื้อตั๋วท่องเที่ยวแบบวันได้ที่จะผนวกเอาการเดินทางโดยรถไฟทุกประเภทเข้าด้วยกัน โผล่ขึ้นมาจากสถานีรถใต้ดินก็เจอแหล่งท่องเที่ยวแล้ว ต่อไปก็ต่อด้วยรถรางได้
จัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ ( MarienPlatz) สถานที่ที่พวกเราไปกันก็มีนับตั้งแต่ในเมือง มีย่านจัตุรัสมาเรียนพลาตซ์ ( MarienPlatz) ที่ใครๆ ก็ชอบไปที่นั่นกันเพราะมีความสวยงามมาก และเปรียบเสมือนศูนย์กลางของการนัดพบปะสังสรรค์ มีศาลาว่าการของเมืองแห่งใหม่ และการจัดงานเทศกาลต่างๆ ที่นี่จะมีรูปปั้นพระแม่มารีทำจากทองคำอยู่บนเสาขนาดสูง บริเวณรอบๆ จตุรัสจะมีร้านค้า ร้านอาหาร ร้านไอศกรีมมากมาย มีโต๊ะเก้าอี้ตั้งวางเรียงรายอยู่ด้านนอกสำหรับนักท่องเที่ยวได้นั่งจิบเบียร์ หรือทานอาหารไป ชมความสวยงามของท้องที่นี้ไปด้วยโดยเฉพาะวันที่อากาศดี หรือแม้แต่แดดจ้าคนเยอรมันก็ยังขอบมานั่งตากแดดเป็นประจำ พวกเราก็ไปนั่งพักเหนื่อยที่นี่เกือบชั่วโมง ซื้อไอศกรีมมาทานก็ได้บรรยากาศไปอีกแบบ จัตุรัสมาเรียนพลาสตซ์ ที่เห็นยอดโบสถ์ทรงหัวหอมด้านหลังคือโบสถ์พระแม่มารี
ส่วนวัยรุ่นที่ชอบในการแสดงออกก็มาเปิดกิจกรรมกลางแจ้ง ได้รายได้พิเศษด้วย บางคนก็มาฝึกเต้นแรพ ฮิพ ฮ็อพ กับเพื่อนๆ สารพัดกิจกรรมที่จะมีให้ดูเลยค่ะ ย่านนี้ยังมีร้านจำหน่ายสินค้าแบรนด์เนมชื่อดังทั้งหลายตั้งเรียงรายกันเต็มไปหมด ไม่ว่าจะเป็น Louis Vuitton, Hugo Boss, Chanel, Giorgio Armani เป็นต้น คงจะถูกใจบรรดาขาช้อปไฮโซทั้งหลายกันน่าดู
โบสถ์พระแม่มารี (Frauenkirche) ที่มียอดโบสถ์เป็นทรงหัวหอมคู่นั่นล่ะค่ะ เป็นศิลปะแบบโกธิค ทำจากอิฐแดง แทบจะถือเป็นสัญลักษณ์ของเมืองมิวนิคที่เรารู้จักกันดีตามหนังสือท่องเที่ยวต่างๆ ที่เห็นกันในเมืองไทย มีความสูงประมาณ 99 เมตร ตัวโบสถ์สร้างขึ้นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1468 แต่ถูกทำลายลงในช่วงสงครามโลกครั้งที่สอง กลับมาบูรณะใหม่ในปี ค.ศ. 1953
โบสถ์พระแม่มารี จัตุรัสคาร์ลสพลาตซ์ (Karlsplatz) ส่วนบรรยากาศก็ไม่แตกต่างจากจัตุรัสทั่วๆ ไปของเยอรมันนักหรอกค่ะ แต่ที่นี่จะมีน้ำพุสวยงาม เราสามารถไปเดินลอดผ่านได้ และมีก้อนหินก้อนโตๆ วางเรียงรายรอบๆ ให้ไปนั่งพักผ่อนและรับน้ำที่กระเซ็นมาจากน้ำพุให้เย็นตัวเล่นๆ
บรรยากาศพักผ่อนกับน้ำพุและแสงแดดที่จัตุรัสคาร์ลสพลาตซ์
พิพิธภัณฑ์เยอรมัน (Deutsches Museum) และสถานที่สุดท้ายที่พวกเราแวะเที่ยวก่อนกลับโดยให้เวลาเกือบครึ่งวัน คือ พิพิธภัณฑ์เยอรมัน (Deutsches Museum) ที่ทำการแสดงวิวัฒนาการทางด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ต่างๆ ของเยอรมัน โดยเฉพาะพวกเครื่องจักรกล การบิน การเดินเรือทั้งหลาย รวมถึงการพิมพ์ด้วย มีให้ดูมากมายเต็มที่เลยค่ะ
ถนนหน้าทางเข้าพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเยอรมัน
เด็กนักเรียนมาทัศนศึกษากันเป็นกลุ่มๆ
ตัวอย่างด้านในพิพิธภัณฑ์แสดงโครงสร้าง เครื่องจักรกลของเครื่องบิน
ลุงกะป้าถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกเสียหน่อย อิอิ.....
ขากลับขับรถผ่านบริเวณลานสนามกีฬาโอลิมปิกด้วยแต่ไม่ได้แวะ
ข้างๆ คืออดีตลานสนามกีฬาโอลิมปิกมาก่อน
|
|
|
งานเขียนทุกชิ้นในเวบนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดูรายละเอียดที่นี่ |
||
|
|
|
ตั๋วเครื่องบิน
|
โรงแรมที่พัก |
รายการทัวร์ | รถเช่า
|
บริการวีซ่า
| ร้านอินเตอร์เนต
|
สมุดเยี่ยม |
เวบบอร์ด |
รวมลิ้งค์