Muna Tours Co., Ltd.

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์

เหลียวมองเพื่อนบ้าน - สตุทการ์ท

โดย มุนาซัง

The Traveller's Diary
MunaMuna

 

วันนี้เราจะไปเที่ยวเมืองสตุทการ์ทกันนะคะ ซึ่งเมืองสตุทการ์ท ( Stuttgart ) นี้เป็น เมืองหลวงของแคว้นบาเดน-วืร์ทเตมแบร์ก ( Baden-W?rttemberg ) อยู่ใกล้กับเมืองที่พวกเราอาศัยอยู่มาก ขับรถแค่ 15 นาทีก็ถึงแล้ว คนไทยเราอาจจะรู้จักชื่อ สตุทการ์ทจากชื่อทีมฟุตบอลดัง แต่ที่นี่ล่ะที่เป็นเมืองที่คลาคล่ำไปด้วยรถยนต์ตราดาว เมอร์เซเดส-เบนซ์สุดหรูนั่นยังไงล่ะคะ สำนักงานใหญ่ของบริษัทเดมเลอร์-ไครสเลอร์จะอยู่ที่เมืองสตุทการ์ทแห่งนี้ หากแต่โรงงานที่ผลิตที่ยิ่งใหญ่จริงๆ กลับไปอยู่ที่เมืองซินเดลฟิงเง็นค่ะ

ถึงแม้ว่าเมืองสตุทการ์ทจะอยู่ใกล้กับเมืองที่เราอาศัยอยู่แค่เอื้อม แต่ดูเหมือนว่าฉันค่อนข้างจะโชคร้าย ไม่ค่อยสบโอกาสที่จะได้ไปเที่ยวสำรวจเมืองนี้มากนักหากพูดในแง่ของการท่องเที่ยวแล้ว ก็คงคล้ายกับที่เมืองฟอร์ซไฮม์ที่ได้มีโอกาสไปอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ได้ไปเพื่อการท่องเที่ยว เป็นการไปเพื่อไปพบปะสังสรรค์กับเพื่อน ทานอาหารกับเพื่อนเสียมากกว่า

แต่ก็ยังมีโอกาสได้ไปเยี่ยมชมสถานที่ตั้งแห่งหนึ่งแน่ะอย่างเป็นทางการ เอ้า.. จริงๆ นะคะ รวมทั้งยังได้ไปยืนรอเข้าชมนิทรรศการที่มีชื่อเสียงระดับโลกจนหน้าเหี่ยว และสุดท้ายก็แห้ว.....

เอาเป็นว่าฉันขอเล่าให้ฟังสักหน่อยละกันค่ะ เพราะเป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่และประทับใจฉันไปอีกนานกับนิทรรศการที่น่าสนใจรายการหนึ่ง อีกทั้งเพื่อประดับความรู้ด้วยค่ะ และเผื่อว่าสักวันหนึ่งนิทรรศการ โก๊บแปร์เวลเต็นจะไปเปิดแสดงให้คนไทยได้ดูกันบ้างก็จะถือเป็นโอกาสอันดีจะได้เตรียมพร้อมกันตั้งแต่เนิ่นๆ

 

โก๊บแปร์เวลเต็น งานนี้โชคไม่ดีเอาเสียเลย !

งานนิทรรศการที่ฉันกำลังจะเล่าให้ฟังนี้ก็คืองานนิทรรศการการแสดงโครงสร้างทางกายวิภาคของร่างกายมนุษย์แบบเหมือนจริง แสดงให้เห็นถึงโครงสร้างภายในร่างกายทั้งหมดทั้งมวลของมนุษย์เรา ไม่ว่าจะเป็นตับไตไส้พุง ระบบการไหลเวียนของเส้นเลือด การทำงานของระบบต่างๆ เผยให้เห็นหมดเลยค่ะ ครั้งแรกที่เห็นข่าวโทรทัศน์ของเยอรมันก็แทบจะกินข้าวไม่ลงเหมือนกัน แต่โดยหลักการของงานนี้แล้วน่าสนใจมาก พวกเราก็เลยวางแผนจะไปดูของจริงกันสักหน่อย

 

นิทรรศการดังกล่าวนี้เรียกเป็นภาษาเยอรมันว่า ‘ Die Koerperwelten ' (ดี โก๊บแปร์เวลเต็น) หรือชื่อภาษาอังกฤษแปลตรงตัวก็คือ ‘The Body Worlds' วัตถุประสงค์ของการจัดงานนี้ขึ้นมาก็คือเพื่อให้ประชาชนผู้เข้าชมได้เข้าใจในธรรมชาติและมองเห็นสภาพโครงสร้าง และการทำงานของอวัยวะต่างๆ ของร่างกายมนุษย์เราอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม ทั้งนี้เพื่อประโยชน์ทางการแพทย์โดยเฉพาะด้านกายวิภาคศาสตร์ด้วย หุ่นที่ใช้มีขนาดเท่าคนปกติกำลังอยู่ในอิริยาบถต่างๆ เพื่อเผยให้เห็นถึงระบบการทำงานของกล้ามเนื้อ ประสาท หรือแม้แต่การเต้นของหัวใจ รวมทั้งสารคัดหลั่งเหล่านี้เป็นต้น

ตัวอย่างจากนิทรรศการ

จากข้อมูลในเวบไซต์ของงานนิทรรศการดังกล่าว ( http://www.koerperwelten.com ) พอจะทราบข้อมูลคร่าวๆ เบื้องต้นว่าคนที่ริเริ่มประดิษฐ์หุ่นจำลองร่างกายมนุษย์จากพลาสติกขึ้นมาคนแรกชื่อ นายกุนเธอร์ ฟอน ฮาเก่นส์ (Gunther von Hagens) เมื่อปี พ.ศ. 2520 ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นของการปฏิวัติวงการกายวิภาคศาสตร์ขึ้นมาในยุคที่สองต่อจากนายแอนเดรียส เฟซาเลียส (Andreas Vesalius) ที่ได้สร้างสรรค์การวาดภาพโครงสร้างร่างกายมนุษย์ในยุคแรกราวๆ พ.ศ. 2086 ช่วงบุกเบิกแห่งวงการกายวิภาคศาสตร์สมัยใหม่

ผลงานอะไรก็ตามที่มีแนวความคิดค่อนข้างแปลกใหม่และแหวกแนวแตกแยกออกไปจากสิ่งที่คุ้นเคยกันอยู่ก็ย่อมจะนำมาซึ่งการสนองตอบและการวิพากษ์วิจารณ์ที่รุนแรงเสมอ งานนี้ก็เช่นเดียวกัน

แต่เมื่อนิทรรศการโก๊บแปร์เวลเต็นนี้ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่เมืองมานไฮม์ ( Mannheim ) ของเยอรมันในปี พ.ศ. 2540 และมียอดผู้เข้าชมนิทรรศการรวมทั้งสิ้นกว่า 13.5 ล้านคนเป็นข้อพิสูจน์ที่ดีในการที่จะเชื่อว่าประชาชนเราสนใจใคร่รู้เกี่ยวกับโครงสร้างและหน้าที่ของอวัยวะต่างๆ ในร่างกายของตนได้เป็นอย่างดี หลังจากนั้นนิทรรศการก็ถือเป็นนิทรรศการที่ประสบความสำเร็จในการจัดแสดงไปทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นที่ประเทศเยอรมันเอง ออสเตรีย สวิสเซอร์แลนด์ เบลเยี่ยม อังกฤษ ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และล่าสุดเมื่อเดือนมีนาคม 2547 ที่ประเทศสิงคโปร์เพื่อนบ้านของไทยเรานี่เอง

กำหนดการของนิทรรศการโก๊บแปร์เวลเต็นที่จะมาเปิดการแสดงที่เมืองสตุทการ์ทใกล้บ้านมากที่สุดในตอนนั้นคือระหว่างวันที่ 11-19 มีนาคม 2546 สำหรับตั๋วเข้าชมยังไม่เปิดขายออนไลน์ในตอนนั้นแต่ต้องไปซื้อที่สถานที่จัดแสดงงานที่สนามกีฬาก็อทลิบ-เดมเลอร์ (Gotlieb-Daimler Stadium) ซึ่งปกติใช้เป็นที่จัดการแข่งขันกีฬาฟุตบอลประจำเมืองนัดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นพรีเมียร์ลีกเอย บุนเดสลีก้าเอย และยังเป็นที่ตั้งของสโมสรฟุตบอล VFB Stuttgart อีกด้วย

ราคาค่าตั๋วเข้าชมนิทรรศการก็ถือว่าไม่แพงเมื่อเปรียบเทียบกับความรู้ที่เราจะได้รับ ราคาเข้าชมสำหรับเด็กคนละ 6 ยูโร ผู้ใหญ่ 12 ยูโร ส่วนนักศึกษาและบุคคลที่มาเป็นกลุ่มไม่เกินสิบคนจะได้ส่วนลดเหลือคนละ 9 ยูโรเท่านั้น

พอเดินทางไปถึงสนามกีฬาก็อทลิบ-เดมเลอร์แล้วก็ต้องตกตะลึง ตึง....ตึง ! ผู้คนพากันต่อแถวยาวเหยียดล้นหลามจากอาคารส่วนบนหน้าทางเข้าบริเวณนิทรรศการลงมาจนถึงถนนด้านล่าง ! ไม่ใช่แค่แถวเดียวด้วยแต่เป็นสองแถวค่ะ คนเยอรมันปกติก็สนใจใคร่รู้ พาลูกพาหลานไปหาความรู้ที่พิพิธภัณฑ์ต่างๆ อยู่แล้วนอกจากการเรียนจากหนังสือและสิ่งรอบๆ ตัว งานนี้ยิ่งสนใจพากันมาดูกันมาก ก่อนมาพวกเราก็ได้ข่าวว่าผู้คนเข้าชมแน่นประจำ แต่นึกภาพไม่ออกจริงๆ ค่ะว่ามันจะมากมายขนาดนี้

แรกๆ ก็เข้าใจว่าเดี๋ยวก็คงได้เข้าไป คงไม่ต้องยืนนานหรอก แต่ที่ไหนได้พอเลื่อนจากหางแถวขึ้นมาจนถึงกลางๆ แถวนับเฉพาะด้านล่างเท่านั้นก็เจอดีเข้าให้ เขามีป้ายมาแปะไว้ที่ใกล้ๆ กับต้นไม้ค่ะว่า........

“ เวลาในการรอเข้าชมอีกประมาณหกชั่วโมงนะคะ ”

“ Aktuelle wartezeit derzeit = 6 Stunden ”

บรรดาคนเยอรมันตั้งแต่แถวตอนกลางที่เพิ่งพบป้ายนี้เข้าก็มุงดูและส่งเสียงคุยกันเซ็งแซ่ไปหมด บ้างก็ว่าจริงเหร๊อ??? ไม่ใช่ใครมือบอนมาหลอกเล่นหรือเนี่ย? ... ฯลฯ วิจารณ์กันไปต่างๆ นานา ถามใครก็ไม่สามารถตอบได้ แหม... ก็มายืนร่วมชะตากรรมเดียวกันอยู่นี่แล้วใครจะไปรู้ล่ะ

ตลอดเวลาสองชั่วโมงที่มาต่อคิวมันก็ทั้งนานและทรมานพอสมควร อากาศยังหนาวเย็นอยู่ พวกเรามากันตั้งแต่เช้าจนเกือบเที่ยงแล้ว หิวก็หิว ส่วนแข้งขาฉันก็ไม่อยากจะยืนต่อไปอีกแล้วด้วย

.......แต่ก็ยอมอดทนเพียงเพื่อที่จะให้ได้ดูนิทรรศการอันลือลั่นระดับโลกนั่นล่ะ คนเยอรมันด้านหน้าที่ยังยืนรอกันเต็มไปหมดก็คงจะคิดไม่แตกต่างจากฉันเป็นแน่ !

ผู้คนกำลังยืนรอเข้าชมนิทรรศการอย่างใจจดใจจ่อ เบื่อหน่าย และเมื่อยล้าในที

คุยกันกับคนข้างๆ บ้างก็แล้ว ยืนมองโน่นมองนี่ก็แล้วจนเบื่อ ฉันเลยเดินตุปัดตุเป๋เดินออกมาที่ถนนฝั่งตรงข้ามถ่ายรูปผู้คนที่นี่กันเสียหน่อย นี่ถ้ามีกล้องแบบพารานอมาก็คงจะสะใจดี เอาบรรยากาศแบบ Live from (a corner of) the Body Worlds! กันเลย

ชั่วโมงที่สามของการยืนรอผ่านไปแล้ว..... กำลังเข้าสู่ชั่วโมงที่สี่ แต่ถ้านับจากที่พวกเราเห็นป้ายประกาศอันนั้นแล้วก็เพิ่งแค่ชั่วโมงเดียวเอง ในที่สุดพวกเราก็พ่ายแพ้แก่ความหิวและความหนาวเย็น ฉันเลยชวนคู่หูกลับบ้านดีกว่า ถึงแม้จะยืนครบหกชั่วโมงแล้วได้เข้าไปดูข้างในก็คงเย็น อากาศก็จะยิ่งหนาวขึ้นเรื่อยๆ หากยังยืนอยู่ตรงนี้

ก่อนกลับพวกเราบุกขึ้นไปยังด้านหน้างาน ข้ามราวโซ่เหล็กเข้าไปถามพนักงานจนได้ ได้ความมาว่าเพราะคนหลั่งไหลกันมามากเลยต้องจำกัดจำนวนคนของวันนี้ จะให้ดูรอบละไม่นาน ไม่อย่างนั้นก็จะเก้อกัน

แล้วพวกเราไม่เก้อกันอีกเหรอคะเนี่ย?......

ไม่เป็นไร.... งานนิทรรศการ โก๊บแปร์เวลเต็น นี้ค่อนข้างยิ่งใหญ่ เท่าที่ภายหลังมาเช็คดูจากเวบไซต์แล้วเขามีกำหนดการไปจัดอีกหลายๆ ประเทศ รวมทั้งในเอเชียด้วย ส่วนที่เยอรมันเองก็จะหมุนเวียนไปตามเมืองต่างๆ ปีหนึ่งก็หลายหน ปัจจุบันมีการอำนวยความสะดวกให้ผู้เข้าชมหลายอย่าง ทั้งการซื้อตั๋วเข้าชมก็สามารถสั่งซื้อออนไลน์ผ่านอินเทอร์เน็ตหรือทางโทรศัพท์ได้แล้ว อนาคตเราคงไม่ต้องมาตกระกำลำบากยืนรอกันนานขนาดนี้อย่างแน่นอน

แล้วคราวหน้าก็คงได้ดูนิทรรศการ โก๊บแปร์เวลเต็น กายวิภาคของมนุษย์สมใจเสียที !

 

สวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรป

หลังจากที่ผิดหวังกับการพลาดเข้าชมงานนิทรรศการโก๊บแปร์เวลเต็นไปก่อนหน้านี้แล้ว ต่อมาฉันก็มีโอกาสได้ไปเที่ยวจริงๆ จังๆ ที่เมืองสตุทการ์ทเสียที ที่ที่จะไปในครั้งนี้ก็ยิ่งใหญ่ไม่แพ้กันเลย จะจริงเท็จแค่ไหนนั้นก็ไม่ทราบล่ะค่ะ แต่ดูจากเวบไซต์เห็นเขาโฆษณาเสียใหญ่โตว่าเป็นสวนสัตว์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปเขาล่ะ !

แล้วอะไรที่ยิ่งใหญ่ๆ ฉันก็ไม่ค่อยอยากจะพลาดนักหรอกค่ะ ต้องดิ้นรนไปดูให้ได้

ค่ะ.... พวกเรากำลังจะไปเที่ยวสวนสัตว์ของเยอรมัน ไปดูเสียหน่อยว่าบรรยากาศจะเป็นอย่างไรบ้าง แล้วจะยิ่งใหญ่สมคำเล่าลือหรือคำอวดอ้างของเขาไหม

อีกอย่างก็.... ถือโอกาสไปเยี่ยมบรรดาเพื่อนๆ ฉันทั้งหลายที่นั่นด้วยล่ะ......... @^_^@

สวนสัตว์ที่ว่าแห่งนี้ ชื่อ สวนสัตว์วิลเฮลมา (Wilhelma) ค่ะ เป็นทั้งสวนสัตว์และสวนพฤกษศาสตร์อยู่ในที่เดียวกัน เปิดให้บริการเข้าชมตั้งแต่แปดโมงเช้าจนถึงหนึ่งทุ่ม ค่าเข้าชมก็แตกต่างกันไปตามช่วงเวลาปกติตั้งแต่ 9.40 ยูโรจนถึง 10.20 ยูโร หากเป็นตอนเย็นและในฤดูหนาวก็จะถูกลง ส่วนนักศึกษาและเด็กก็ครึ่งราคาตามปกติค่ะ

ภายในสวนสัตว์ฯ ที่ได้รับการตกแต่งอย่างสวยงามและน่าสนใจ

ที่สวนสัตว์แห่งนี้เขาอนุญาตให้ถ่ายรูปได้เฉพาะบริเวณทางเดินรอบนอก แต่ด้านในอาจจะต้องทำการขออนุญาตพิเศษและเสียค่าบริการเล็กน้อยเนื่องจากทางสวนสัตว์เกรงว่าจะเป็นการไปรบกวนบรรดาสัตว์ต่างๆ ได้ ทั้งนี้ก็มีเทปวิดีโอและโปสการ์ดไว้ขายด้วยเช่นกัน

พอเข้าไปข้างในก็เริ่มต้นแวะเดินทักทายเพื่อนลิง ค่าง และชะนีทั้งหลายก่อน หลังจากนั้นก็จะไปตามผังที่เขาจัดทำไว้ให้ มีทั้งส่วนที่เป็นสวนสัตว์ทั่วๆ ไป อาคารอะควอเรี่ยมแสดงนิทรรศการสัตว์และชีวิตของสัตว์น้ำ ที่อะควอเรี่ยมมีผู้คนเข้าชมเยอะมาก ส่วนใหญ่จะเป็นเด็กเพราะต่างก็สนใจในสีสันและรูปร่างแปลกประหลาดและสวยงามของเหล่าปะการัง และสัตว์น้ำอื่นๆ พ่อแม่ผู้ปกครองที่นี่เขาก็ชอบใจมากที่ลูกๆ ชอบตั้งคำถามขึ้นมามากมายเวลาไปพบเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัว เพราะเขาถือว่าเป็นการให้ศึกษาแก่เด็กอีกรูปแบบหนึ่งที่ไม่จำกัดอยู่แค่ในห้องเรียน

ส่วนในเขตสวนพฤกษศาสตร์ก็จำลองเอาน้ำตก แหล่งธรรมชาติต่างๆ จากลุ่มป่าอะเมซอน และเหล่าพืชและสัตว์จากเกาะมาดากัสการ์ทั้งหลายซึ่งก็เหมือนจริงมากจนเผลอคิดไปว่ากำลังเดินผจญภัยอยู่ท่ามกลางป่าเขาเหล่านั้นจริงๆ เวลาเดินข้ามสะพานเล็กๆ ภายในบริเวณสวนอันกว้างใหญ่ก็จะต้องระวังเป็นพิเศษ ฉันกลัวว่าจะมีปลาปิรันยาแอบอยู่ก็ได้ ไม่อยากจะบริจาคเนื้อให้ปลาพวกนี้สักเท่าไรค่ะ

สิ่งที่น่าประทับใจในสวนพฤกษศาสตร์อีกอย่างก็คงเป็นดอกไม้นานาพันธุ์ที่แข่งกันออกดอกสีสันสดใสสะพรั่งเต็มไปหมด และบรรดาเหล่าผีเสื้อที่มีสีแปลกตาออกไปจากที่เคยเห็นบินกันให้ว่อนอีกนั่นล่ะค่ะ ดอกไม้และต้นไม้ที่นี่เขาจะมีกลีบดอกและลักษณะใบที่แปลกตาจากที่เคยพบเห็นทั่วไปมากเชียวล่ะ

พวกเราเพลินกับการชมชีวิตสัตว์ทั้งหลาย รวมทั้งพืชพันธุ์ต่างๆ กันตลอดทั้งบ่ายจนหิวค่อยหาอะไรทานภายในสวนสัตว์ได้ ส่วนของฝาก ของที่ระลึกก็มีขายตามแบบฉบับสถานที่ท่องเที่ยวทั่วไปนั่นล่ะค่ะ ฉันเองไม่ได้ซื้ออะไรติดไม้ติดมือมาด้วย พกกลับมาแค่ความทรงจำและความประทับใจดีๆ มาก็เพียงพอแล้ว ก็สรุปว่าสวนสัตว์วิลเฮลมาของเขายิ่งใหญ่จริงค่ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าใหญ่ที่สุดในยุโรปหรือเปล่าเพราะว่ายังไม่มีโอกาสไปตะลอนทัวร์สวนสัตว์แห่งอื่นๆ ให้ทั่วทวีปยุโรปและจะได้บอกได้ว่าจริงหรือไม่ ฮา..........

คู่หูฉันบอกว่าหากยังมีเวลาเหลือก่อนกลับเมืองไทย พ่อของเขาจะพาไปดูการแข่งขันฟุตบอลนัดสำคัญของทีมสตุทการ์ทที่พ่อเป็นสมาชิกสโมสรอยู่ ถึงแม้ฉันจะไม่ใช่คอบอล แฟนลูกหนังยุโรปเหมือนเพื่อนบางคนแต่ก็อดตื่นเต้นไม่ได้

แต่จนแล้วจนรอดก็ไม่ได้ไปดูฟุตบอลนัดไหนอีกสักครั้งเลยแม้แต่นิดเดียวจนกระทั่งกลับบ้านมาถึงเมืองไทยแล้ว ! แต่ไม่เป็นไรวันพระไม่ได้มีครั้งเดียวฉันใด จะมาเที่ยวสตุทการ์ทตอนไหนก็ได้เหมือนกันฉันนั้น ! ........

 

 

 

Top
กลับขึ้นข้างบน

งานเขียนทุกชิ้นในเวบนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ูรายละเอียดที่นี่

   

Thai | English | Deutsch | ตั๋วเครื่องบิน | โรงแรมที่พัก | รายการทัวร์ | รถเช่า | บริการวีซ่า | ร้านอินเตอร์เนต | สมุดเยี่ยม | เวบบอร์ด | รวมลิ้งค์