|
|
|
ตั๋วเครื่องบิน
|
โรงแรมที่พัก |
รายการทัวร์ | รถเช่า
|
บริการวีซ่า
| ร้านอินเตอร์เนต
|
สมุดเยี่ยม |
เวบบอร์ด |
รวมลิ้งค์
บันทึกนักเดินทาง - งานช้างและกาชาดสุรินทร์ ครั้งที่ 44 พฤศจิกายน 2547
โดย มุนาซัง
| MunaMuna |
รอฤกษ์งามยามดีมาหลายเพลาแล้ว ในที่สุดก็เหมือนนกรู้ว่าปีนี้จะต้องได้ไปแน่ๆ อาจจะเป็นเพราะว่าหุ่นฉันปัจจุบันนี้มันก็เฉียดๆ น้องช้าง ขุนอีกเสียหน่อยคงไม่แคล้วได้ส่งเข้าประกวดธิดาช้างอย่างแน่นอน อิอิ...... โชคดีที่มีเพื่อนฝูงอยู่ที่สุรินทร์ งานที่จวนเจียนจะพลาดอีกก็เลยได้ไปอย่างหวุดหวิด ยัยตุ๊ก นังตุ๊ก หรืออะไรก็แล้วแต่ เพื่อนสนิทคนหนึ่งในก๊วนของฉันสมัยเรียนปริญญาตรีทำงานอยู่ที่นั่นมาหลายปีแล้ว มันก็แสนจะใจดีตั้งแต่ทันทีที่ฉันโทรไปแจ้งความจำนงแล้วล่ะว่าจะไปเยี่ยมเยียนเสียหน่อย หล่อนอุตส่าห์ค้นหาข้อมูลให้ ตารางการเดินรถโดยสารประจำทางจากขอนแก่นไปสุรินทร์ วินาทีที่ฉันกำลังจะโทรไปบอกตุ๊กว่างานยุ่งเหลือเกิน สงสัยจะปลีกตัวไม่ได้เสียแล้ว หล่อนก็ดั๊น... ดันโทรมาตัดหน้าฉันบอกว่าได้ตั๋วฟรีมานะ รีบๆ มาด่วน วันนั้นเป็นเวลาเกือบเที่ยงของวันเสาร์ที่ 20 พฤศจิกายน 2547 อยู่แล้ว แล้วรถไปสุรินทร์ก็จะหมดเที่ยวสุดท้ายเวลาบ่ายโมงอยู่ร่อมร่อ ไม่ไปตอนนี้แล้วจะไปตอนไหน (ยะ)? บัตรตั้ง 500 บาทเชียวนะ ว่าแล้วเจ้าแม่นักเดินทางก็รีบฉวยกระเป๋าเป้คู่ใจที่ใช้ตะลอนมาจนเกือบจะพัง สั่งเสียงานน้อง เคลียร์งานให้ลูกค้าที่มาขัดจังหวะพอดี แล้วก็รีบบินโฉบไปที่ บ.ข.ส. เพื่อเดินทางไปเยี่ยมชมเพื่อนๆ ช้างที่นั่นให้สมใจ ! ต้า... เพื่อนร่วมก๊วนอีกคนพอรู้จากตุ๊กว่าฉันจะไปชมงานช้างฯ หล่อนก็แอบแซวมาอย่างไม่ต้องรอเชิญพะยะค่ะว่า ไปดูทำไมช้างเชิ้งที่ไหน ถ้าอยากเห็นก็ดูในกระจกสิ นั่นล่ะของจริง ! ฟังเข้าเพื่อนฉ้านนนนน..... เดินทางกว่าหกชั่วโมงครึ่งโดยรถบัสปรับอากาศ ป. 2 จอดตลอดทาง ปุเลงๆ มาจนถึง ตุ๊กมารอรับ หลังจากนั้นเราพากันไปหาอะไรกินกันที่โต้รุ่งซึ่งมีอยู่แห่งเดียวเท่านั้นในตัวจังหวัด ผู้คนที่นี่เบียดเสียดกันเหลือหลายเพราะเป็นช่วงเทศกาลพอดี มีของสวยๆ งามๆ มาวางขายเต็มไปหมด
ก่อนกลับพวกเราไปนั่งดื่มเบียร์เย็นๆ กันที่ลานดนตรีของซุ้มบริษัท Spy ไวน์ เขามีโปรโมชั่นกันหลายอย่าง ตุ๊กสั่งเบียร์สดมาเหยือกใหญ่ๆ แต่ฉันไม่ดื่มแล้วก็เลยเอาสปาย ไวน์มาทีเดียวสามขวดรวดเพราะเค้าแถมหมวกอย่างที่ฉันชอบด้วยล่ะ รู้สึกว่าเดือนนี้ตบะฉันแตกตลอดเลย เพราะทุกปีในเดือนพฤศจิกายนแล้วฉันจะกินมังสวิรัติ งดทานเนื้อ เฮ่อๆๆ แต่ปีนี้ตบะแตกตั้งแต่สัปดาห์ที่สามเชียวล่ะ ดึกๆ ถึงได้รู้ว่าเกิดอาการเป็นผื่นแดง คันตามแขน ขา ทั้งพุง และเนื้อตัวเต็มไปหมด ตุ๊กบอกว่าสงสัยฉันจะแพ้ไวน์ เฮ่ย.... ไอ้ฉันมันก็ไม่ดื่มเครื่องดื่มมึนเมามานานแล้วเสียด้วยสิ แต่ถ้าจะคิดว่าแพ้อาหารอย่างอื่นเราก็ไม่ได้กินอะไรพิสดารสักหน่อยนะเนี่ย คืนนั้นกว่าจะหลับได้ก็นอนเกาๆๆๆ และก็เกาอยู่จนดึกดื่น อุตส่าห์ว่าจะรีบพากันเข้านอนแต่หัวค่ำเสียหน่อยเพราะต้องตื่นแต่เช้าไปร่วมงาน กิ้วๆๆ...... วันงานพวกเราไปหาไข่กระทะกับกาแฟร้อนกันตั้งแต่เช้า อากาศหนาวๆ เย็นๆ แฮะ อิ่มหนำสำราญ ตาเริ่มแหกกันแล้วก็รีบบึ่งไปยังบริเวณที่จัดงานทันทีเลย
การแข่งขันชักเย่อระหว่างคนกับช้าง เฮ่อๆ... ไม่อยากจะบรรยายเพราะสุดท้ายก็จบลงแบบนี้ทุกที
ที่งานแสดงช้างฯ ผู้คนหลั่งไหลกันมาเยอะมาก ยิ่งชาวต่างชาติด้วยแล้ว งานนี้จะจัดเป็นประจำทุกปีในช่วงเดือนพฤศจิกายน ปีนี้งานเริ่มตั้งแต่วันที่ 12-23 ซึ่งก็จัดเป็นครั้งที่ 44 กันแล้ว พวกเราเดินตุปัดตุเป๋ฝ่าฝูงชนและฝูงช้างเข้าไปหาที่นั่ง พอโชว์บัตรฟรีที่ได้มาแล้วก็ต้องมองหน้ากันเลิ่กลักเพราะที่นั่งมันอยู่ตั้งไกล คงได้มองเห็นแต่ตูดช้างกันแหงๆ เพื่อนนะเพื่อน... หลงตีปีกดีใจอยู่ซะยกใหญ่ สุดท้ายเราก็ต้องควักกระเป๋าจ่ายเอง เฮ้อ......
ในงานพิธีกรจะบรรยาย 3 ภาษา ซึ่งภาษาไทยจะไม่ค่อยได้ยินนักเพราะผู้บรรยายจะลงสนามด้วย ส่วนภาษาอังกฤษและภาษาญี่ปุ่นก็บรรยายโดยชาวต่างชาติ เจ้าของภาษา เดาเอาว่าคงจะเป็นชาวต่างชาติที่สนใจในเรื่องของช้างๆ และมาอาศัย หรือศึกษางานอยู่ที่นี่เป็นเวลานานพอสมควร บางครั้งก็มีภาษาไทยแกมออกมาให้ได้ยินด้วย ส่วนนักท่องเที่ยวก็เป็นชาวญี่ปุ่นกับต่างชาติโซนยุโรปเสียส่วนใหญ่ค่ะ ฉากแรก เป็นการจำลองวิถีชีวิตของช้างในการอาศัยอยู่ในป่าที่ต้องมีผู้นำ เรียกว่า จ่าโขลง ฉากที่ 2 เป็นการแสดงวิถีชีวิตของชาวกวยและประเพณีการเซ่นผีระกำตามความเชื่อโบราณ
สาธิตการคล้องช้างและศิลปะวัฒนธรรมท้องถิ่น ฉากที่ 3 สาธิตการคล้องช้างป่าเพื่อเอามาฝึกและให้ช่วยทำงาน มีการคล้องช้างสามรูปแบบ แต่ที่น่ารักก็คือช้างที่แสดงเป็นช้างป่าบางตัวชักจะขี้เกียจวิ่งเหลือเกิน เดินอาดๆ อยู่ข้างหลังช้างที่มีควาญช้างนั่งอยู่เพื่อทำหน้าที่คล้องตัวเองเฉยเลย ! กว่าจะรู้สึกว่าตัวเองกำลังแสดงละครอยู่ก็เล่นเอาเดินมาได้ครึ่งสนามนั่นล่ะ....... ฉากที่ 4 ถัดไปก็แสดงประเพณีต่างๆ ของชาวจังหวัดสุรินทร์โดยเอาช้างมาร่วมแสดง ชุดนี้จะกินเวลานานมากและเป็นจุดสำคัญของงานด้วย เพราะจะเอาช้างมาร่วมแสดงความสามารถพิเศษต่างๆ เอามาเต้นรำ เล่นกีฬา ยืนและเดินสองขา แข่งกีฬาชู้ตบาสเก็ตบอล ฮูล่า ฮู้ป วิ่งเปี้ยว แข่งเก็บของ สารพัด สนุกจริงๆ ค่ะ เวลาที่เรามาเห็นช้างตัวโตๆ มาเล่นอะไรอย่างนี้ให้ดู มีลุ้นกันตลอดอยากให้แต่ละทีมของช้างเหล่านั้นชนะ ช่วงการแข้งขันชักกะเย่อยิ่งสนุก แบ่งเป็นสามครั้ง ตอนแรกใช้คน 40 คน แล้วก็เพิ่มเป็น 60 และ 80 คนตามลำดับ ผลก็ยังแพ้ช้างเชือกเดียวที่ชื่อบุญเพิ่มอยู่ดี แต่ตอนที่ดึงกัน 80 คนบุญเพิ่มก็ต้องทำงานหนักและลำบากมากเลย หัวเกือบทิ่ม แถมเชือกกั้นแดนก็เกือบหลุดเข้ามาอยู่ฝั่งคนก็สองสามครั้ง เสียวไส้จริงๆ
นวดๆ คลึงๆ ไซโคเสียหน่อย อิอิ.... (ช้างว่างั้นนะ)
ช้างน้อยศิลปินยอดกตัญญูก็วาดๆ ไป แต่ที่เสียวไส้สุดๆ ก็คือตอนที่เอาคนที่อาสามานอนกันเรียงรายให้ช้างเชือกโตๆ เดินข้ามนั่นล่ะ ได้มา 11 หนุ่มผู้กล้าหาญ ปีนี้ไม่มีการอนุญาตให้ชาวต่างชาติเข้าร่วมเพราะเสี่ยงเกินไป ในอดีตเคยมีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมาแล้ว ช้าง 6 เชือก เข้าแถวกันเรียงราย พอจะเริ่มครั้งแรกเจ้าเชือกแรกเล่นไซโคแฮะ วิ่งมุ่งหน้ามาอย่างเร็วและแรงด้วย คนที่นอนคว่ำหน้าอยู่ก็คงกลัวจนหัวใจแทบจะหยุดเต้นพากันลุกวิ่งหนีเตลิดเปิดเปิง เฮ่อๆๆๆ.... หนูแค่ล้อพี่เล่นจ้า แปร๋น แหม.... มันก็น่าเสียวไส้อยู่ไม่น้อยล่ะ ก็ช้างแต่ละเชือกก็ขี้เล่นกันเหลือเกิน ไม่ใช่แค่เดินข้ามเฉยๆ เน้อ เค้ามีนวดๆ คลึงๆ ให้หัวใจของอาสาสมัครเหล่านั้นเต้นตูมตามกันเป็นว่าเล่น บรรดาผู้ชมทั้งหลายก็ร้องกันวี้ดว้ายกระตู้วู้เชียวล่ะ จบการแสดงชุดนี้ไปแล้วก็เฮ้อ... ค่อยหายใจหายคอได้หน่อย หลังจากนั้นก็เป็นเด็กๆ มาร่วมการแสดงร่ายรำกระทบไม้ มีช้างอยู่ประจำทั้งสี่จุด แล้วก็เป็นรายการกุศลเอาช้างศิลปินมาวาดรูป ระบายสี เพ้นท์เสื้อยืดกันระนาว ราคาขายก็ตกตัวละ 500 บาท เอื๊อก... ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ช้างศิลปินน่ารักมากเลยค่ะ มีสมาธิทำงานได้ตั้งนานสองนาน ควาญช้างและครูฝึกเค้าจะยื่นพู่กันที่จุ่มสีให้ เธอก็เอางวงจับแล้วก็แปะๆๆๆ.... ลงไปในช่องที่เอากระดาษกันเลอะไว้ให้ อยากจะซื้อสักตัวแต่งบประมาณจำกัด อิอิ....
การแสดงชุดพระบารมีปกเกล้า
ฉากที่ 5 เป็นการแสดงถึงพระบารมีปกเกล้าของพระมหากษัตริย์ไทยในสมัยโบราณที่เคลื่อนทัพไปรบจับข้าศึก มีช้าง (เกือบ) เผือก งวงโง้ง ตัวโตๆ มาร่วมแสดงด้วย ตกแต่งประดับประดาเหมือนในหนังสุริโยไทเลยล่ะ ขุนศึกก็สู้รบกันจริงอย่างเมามัน อลังการค่า..... บอกได้สั้นๆ แค่นี้ล่ะ
ฉากสุดท้ายเป็นการอำลาอาลัยของบรรดาช้างๆ และผู้แสดงทั้งหลาย ฉันกำลังเพลิดเพลินเชียวล่ะ ยังไม่อยากจะลุกเล้ย แต่ก็ต้องรีบกลับก่อน ส่วนนักท่องเที่ยวที่สนใจจะนั่งช้างชมเมืองก็ไปต่อกัน
ลาไปก่อนน้า.... แล้วอย่าลืมทิปพวกผมลูกช้างทั้งหลายให้ดีๆ นะครับ แฮ่ะๆ
มุนากะตุ๊กเจ้าค่ะ ยัยตุ๊กกำลังอินเชียว
แต่มันรู้สึกว่างๆ โล่งๆ หวิวๆ ในหัวใจดวงน้อยๆ นี่เหลือเกิน คิดว่าคงโดนช้างๆ เหล่านั้นขโมยไปแล้วแน่ๆ เลย ไม่ได้การ ปีหน้ามันทำให้ฉันต้องกลับมาเยี่ยมพวกเขาเหล่านั้นอีกแน่ๆ เหอๆๆ....
- - - จบแล้วฮับ เจอกันปีหน้าฟ้าใหม่นะฮับ - - -
|
|
|
งานเขียนทุกชิ้นในเวบนี้สงวนลิขสิทธิ์ตาม พ.ร.บ. กฎหมายลิขสิทธิ์ พ.ศ. ๒๕๓๗ ดูรายละเอียดที่นี่ |
||
|
|
|
ตั๋วเครื่องบิน
|
โรงแรมที่พัก |
รายการทัวร์ | รถเช่า
|
บริการวีซ่า
| ร้านอินเตอร์เนต
|
สมุดเยี่ยม |
เวบบอร์ด |
รวมลิ้งค์